ในตอนที่แล้ว เราได้กล่าวถึงการพิจารณา 4 ประการ ซึ่งเป็นลักษณะพื้นฐานของโลกนี้ เพื่อการแปรเปลี่ยนจิตให้เข้าสู่พระธรรม ลำดับถัดไป เราจึงควรกล่าวถึงการถือสรณะและการเจริญโพธิจิตนั่นเอง
ในบทพิจารณา 4 ประการ เมื่อเราทราบว่า ชีวิตนี้ไม่เที่ยงและสังสารวัฏนี้เป็นทุกข์ เราจึงควรหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่สามารถเป็นที่พึ่งและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้กับเราที่อยู่ท่ามกลางทะเลทุกข์นี้ได้ จึงนำไปสู่การถือสรณะ หรือ สรณคมน์ ซึ่งก็คือการยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่งว่าจะเป็นที่พึ่งอันจะนำไปสู่การพ้นทุกข์ได้
ในศาสนาพุทธ สรณะหรือที่พึ่งสูงสุดของเราก็คือพระรัตนตรัย อันได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ นั่นเพราะว่า พระพุทธเป็นผู้ที่ตรัสรู้ความจริงของโลก ทรงสั่งสอนพระธรรมอันเป็นหนทางสู่ความดับทุกข์ โดยมีพระสงฆ์เป็นผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระสงฆ์นี้ก็รวมทั้งโพธิสัตวสงฆ์และอริยสาวกสงฆ์ ดังนั้น เราจึงอาจกล่าวว่า ดวงแก้วทั้ง 3 อันประเสริฐนี้ สามารถเป็นที่พึ่งให้แก่เราในห้วงทุกข์นี้ได้ เราจึงสมควรยึดถือเป็นที่พึ่ง เป็นสรณะของตนนั่นเอง
นอกจากนี้ ในบทพิจารณา 4 ประการ เมื่อเรารู้ว่าเราโชคดีที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ สามารถกระทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นได้ เพราะฉะนั้น เราจึงไม่ควรเสียโอกาสอันดีนี้ไป ดังนั้น เราจึงควรตั้งโพธิจิต เพื่อประโยชน์สุขของสรรพสัตว์ทั้งปวง
ในโพสต์นี้เราจะได้กล่าวถึงสรณคมน์ในพระรัตนตรัยและการถือโพธิจิตเพื่อสรรพสัตว์ทั้งปวง


ใส่ความเห็น